“เจ้าของธุรกิจโรงพิมพ์” เล่าถึงอดีตสินค้าที่เคยนิยมช่วงปีใหม่ แต่ปีนี้ยอดลดลง

เสียงจาก “เจ้าของธุรกิจโรงพิมพ์” เล่าถึงอดีตสินค้าที่เคยได้รับความนิยมช่วง “เทศกาลปีใหม่” แต่ปีนี้ยอดลดลง

นายกมเรศ วสุหิรัญ อายุ 40 ปี เจ้าของโรงพิมพ์ศุภกาญจน์ เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จ.ราชบุรี เผยว่า ครอบครัวทำธุรกิจโรงพิมพ์ขนาดเล็กมาแล้วกว่า 40 ปี ปัจจุบันตนเป็นทายาทรุ่นที่ 3 งานพิมพ์ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มงานประเภทใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับภาษี, เอกสารอุตสาหกรรม และเอกสารที่ใช้เฉพาะโรงงาน

นอกจากนี้ ยังมีงานพิมพ์บัตรเชิญ การ์ดงานต่างๆ และงานปฏิทินแขวนผนัง ซึ่งในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ลูกค้านิยมสั่งทำปฏิทิน เพื่อใช้สำหรับมอบเป็นของที่ระลึกแทนคำขอบคุณ แบ่งเป็นปฏิทินแขวนแบบไทย และปฏิทินแขวนแบบจีน

ธุรกิจต่างประเทศ

สำหรับในปีนี้ ปริมาณการสั่งซื้อปฏิทินลดลงกว่าปีที่ผ่านมา โดยปฏิทินแขวนแบบจีนที่มีตัวเลขขนาดใหญ่ มองเห็นได้ชัดเจน มีการบอกข้อมูลวันหยุดประจำปี เทศกาลต่างๆ เช่น วันพระ, จันทรคติ, ฤกษ์มงคล และตัวเลขเสี่ยงโชค (หวย) ของทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน ยังคงได้รับความนิยมมากที่สุด ส่วนปฏิทินแบบไทย หรือ ปฏิทินรูปภาพดาราชื่อดัง อาทิ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ เป็นปฏิทินที่ได้รับความนิยมรองลงมา

สำหรับราคาจำหน่ายปฏิทิน ปีนี้มีการขยับขึ้นตามราคาต้นทุน ทั้งในส่วนของกระดาษ ที่ปรับขึ้นที่ร้อยละ 16 และเคมีภัณฑ์ที่ร้อยละ 50 ทำให้ปฏิทินแขวนแบบจีน จากเดิมฉบับละ 25 บาท เป็น 28-29 บาท ขณะที่สภาพเศรษฐกิจ ความเปลี่ยนแปลงทางค่านิยม เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมไปถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ยอดสั่งพิมพ์ปฏิทินลดลงไปถึงร้อยละ 80-90 โดยลูกค้าบางส่วนหันไปใช้บริการงานโฆษณาผ่านโลกออนไลน์ เพราะเข้าถึงลูกค้าได้ตามที่ต้องการมากกว่า และบางส่วนหันไปซื้อสินค้ากลุ่มนาฬิกา, เสื้อ, แก้ว และร่ม มอบให้กับลูกค้าแทน

จากปัญหาดังกล่าว ยังส่งผลกระทบต่อโรงพิมพ์มากกว่า 10 แห่ง ในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง ต้องทยอยล้มเลิกกิจการ เพราะแบกภาระต้นทุนไม่ไหว นอกจากนี้ แรงงานที่มีความรู้ และความชำนาญด้านงานพิมพ์ก็หาได้ยาก แม้จะได้ค่าแรงสูงถึงวันละ 700 บาทก็ตาม ปัจจุบันจึงเหลือเพียงโรงพิมพ์ของตนแห่งเดียว

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า ธุรกิจโรงพิมพ์ขนาดกลาง และขนาดเล็กในประเทศไทย อาจไม่สามารถฝ่าวิกฤติความเปลี่ยนแปลง ในเรื่องของนวัตกรรมและเทคโนโลยีไปได้ จนต้องเลิกกิจการกันไปในที่สุด. แนะนำข่าวเพิ่มเติม>>> เติมด่วน! ราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ เพิ่มขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร

เติมด่วน! ราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ เพิ่มขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร

ราคาน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR ในกลุ่มบริษัท ปตท. และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

 

ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.50 บาท/ลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลคงเดิม มีผล 8 ต.ค. 2565 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ อัปเดตล่าสุด 7 ต.ค. 2565

  • เบนซิน 95 : 42.56 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 : 35.15 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 : 34.88 บาทต่อลิตร
  • E20 : 34.04 บาทต่อลิตร
  • E85 : 32.44  บาทต่อลิตร
  • ดีเซล : 34.94 บาทต่อลิตร
  • B20 : 34.94 บาทต่อลิตร

(ราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่)

ข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิ๊ก สวนสามพราน ปรับธุรกิจครั้งใหญ่สู่ความยั่งยืน

สวนสามพราน ปรับธุรกิจครั้งใหญ่สู่ความยั่งยืน

“สวนสามพราน” จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ชาวไทยและชาวต่างประเทศคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการเป็นทั้งแหล่งท่อง เที่ยว

โรงแรม ร้านอาหาร รวมไปถึงพื้นที่แสดงศิลปวัฒนธรรม หลังจากการบุก เบิกธุรกิจของอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนแรก “ชำนาญ ยุวบูรณ์”นับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย นับตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจมาถึงวันนี้อายุครบ 60 ปีเต็ม กำลังปรับทิศทางโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ภายใต้การบริหารงานของธุรกิจครอบครัวในรุ่นที่ 3 ไปสู่ธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ธุรกิจสุขภาพและเวลเนสที่ถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คน รวมไปถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบให้กับธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมอย่างหนัก ซึ่ง “สวนสามพราน” เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงไม่ได้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ได้ตัดสินใจปิดให้บริการโรงแรมหลังการระบาดเข้าสู่ปีที่ 2

นายอนัฆ นวราช ทายาทรุ่นที่ 3 สวนสามพราน กล่าวว่า ใน ช่วงที่ผ่านมาธุรกิจของสวน สามพรานได้พัฒนาแนวคิดเกษตรอินทรีย์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงธุรกิจในอนาคต ซึ่งหลังจากเป็นธุรกิจสตาร์ตอัพมา 5 ปี จนถึงขณะนี้ปรากฏว่าสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่นำไปเป็นวัตถุดิบผลิตสินค้าหลากหลายชนิดสำหรับธุรกิจ “บีทูบี” จากโรงงานของสวนสามพราน ภายใต้แบรนด์ “ปฐม” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีและกลายเป็นธุรกิจทำรายได้ที่สำคัญหล่อเลี้ยงบริษัททดแทนธุรกิจโรงแรมที่ปิดตัวไป พร้อมกับแผนการขยายธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต

อัพเดทข่าว ธุรกิจ คลิ๊ก sumobetball.com