นักเศรษฐศาสตร์แห่ลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีน

จากผลสำรวจมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์โดยบลูมเบิร์ก ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนลงไปจนถึงปี 2567

จากการสำรวจล่าสุด คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะลงต่ำกว่า 5% ในแต่ละปีไปจนถึงปี 2567 โดยค่าเฉลี่ยสำหรับการเติบโตเศรษฐกิจจีนปีนี้ ลดลงมาอยู่ที่ 3.3% จาก 3.4% ในการสำรวจครั้งก่อน ในขณะที่ปีหน้า ลดลงเหลือ 4.9% จาก 5.1%. โดยในปี 2567 คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 4.8% ลดลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 5%

ข่าวเศรษฐศาสตร์วันนี้

นักเศรษฐศาสตร์มองว่า นโยบายเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของโควิด เป็นปัจจัยหลักที่ดึงเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับสองของโลกนี้ลง จากการล็อกดาวน์บ่อยครั้ง และการทดสอบตรวจหาเชื้อเป็นประจำ ทำให้ผู้บริโภคไม่อยากที่จะเดินทางหรือจับจ่ายใช้สอย ขณะที่การดำเนินธุรกิจก็ประสบปัญหาชะงักงันอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ตกต่ำส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคการก่อนสร้างและการธนาคาร

การประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนล่าสุด ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ที่จะยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับแนวโฯ้มเศรษฐกิจจีนและทำให้ตลาดหุ้นจีนและค่าเงินหยวนร่วงลง

การสำรวจนี้ แสดงให้เห็นว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ 11 คน จากผู้ตอบ 18 คน คาดว่าจีนจะเปิดพรมแดนในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า และที่เหลือคาดว่าการเปิดประเทศอีกครั้งของจีนจะเริ่มในครึ่งปีหลังของปีหน้าไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2567 ในขณะที่นักลงทุนในต่างประเทศบางราย อย่างมาร์ค โมเบียส กล่าวว่า จีนอาจจะผ่อนคลายมาตรการโควิดภายในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม 60% ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ตอบแบบสำรวจมองว่าการชะลอเปิดประเทศใหม่อีกครั้งของจีน อาจเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อเศรษฐกิจโลก

ส่วนประเด็นเรื่องเงินเฟ้อของจีนนั้น นักเศรษฐศาสตร์มองว่าราคาผู้บริโภคและผู้ผลิตจะอ่อนตัวลงในไตรมาสที่ 4 เทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้า โดยดัชนีราคาผู้บริโภคมีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ 2.7% ในไตรมาสสุดท้าย ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 0%

นักเศรษฐศาสตร์ได้เพิ่มประมาณการการเติบโตด้านการส่งออกของจีนในไตรมาสที่ 4 มาที่ 3.7% จาก 3.1% และลดคาดการณ์การนำเข้าลงจาก 2.9% มาที่ 0.5% ส่วนทางด้านยอดขายค้าปลีก คาดว่าจะโตราว 4% จาก 4.8% ในการคาดการณ์ก่อนหน้า